เบื้องหลังควันปืนและหมัดอันหนักหน่วงของ Liam Neeson มีน้ำตาซ่อนอยู่ นั่นคือการตายของภรรยา

Liam Neeson (เลียม นีสัน) เริ่มต้นอาชีพการแสดงด้วยการเป็นนักแสดงสายดราม่าคุณภาพ ควบคู่กันไปกับการเป็นนักแสดงในศาสตร์การแสดงชั้นสูงอย่างละครบรอดเวย์ การทำงานควบคู่กันไประหว่างหนังดราม่าคุณภาพกับหนัง Blockbuster ฟอร์มยักษ์ มันคือสมดุลระหว่างจิตวิญญาณและรายได้ความเป็นอยู่ ถ้าให้เขาเลือก แน่นอนว่าเขาอยากเป็นดาราสายดราม่ามากกว่าด้วยวัยที่ไม่ได้หนุ่มแน่นแล้ว หนัง Schindler’s List ของ Steven Spielberg คือจุดสูงสุดของเขาในฐานะนักแสดงคุณภาพที่ได้เข้าชิง Oscar นำชายในปี 1994 เขาพบกับภรรยา Natasha Richardson ในการแสดงละครบรอดเวย์คู่กันเรื่อง Anna Christie ปี 1993

พวกเขาแต่งงานกันวันที่ 3 กรกฎาคม 1994 เป็นปีที่ทั้งคู่มีความสุข เพราะเธอยืนเคียงข้างเขาในงานประกาศผลรางวัลต่างๆโดยเฉพาะรางวัล Oscar เป็นชีวิตที่เพอร์เฟกต์ไร้ที่ติ พวกเขารักกันดี ในขณะที่หน้าที่การงานก็ไปโลดทั้งจากหนังคุณภาพและหนังแอ็คชั่นฟอร์มโต แต่ในบางทีการรับเล่นหนังแอ็คชั่นของสามีนั้นก็ไม่สบอารมณ์เธอสักเท่าไหร่ ส่วนหนึ่งเพราะ Liam Neeson เป็นคนที่บ้าและทุ่มเทกับการฝึกฝน และเล่นจริงเจ็บจริงด้วยตัวเองอยู่เสมอๆ

จนกระทั่งในวันที่ 18 มีนาคม 2009 เมื่อ Natasha Richardson เสียชีวิตจากการถูกกระทบกระเทือนทางศีรษะระหว่างการฝึกเล่นสกีในแคนาดา เหมือนจะไม่เป็นอะไรมาก เพราะเธอปฏิเสธเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล เนื่องด้วยต้องเดินทางไปถ่ายทำหนัง แต่อาการของเธอเริ่มแย่ลงและเสียชีวิตในที่สุด เรื่องนี้สร้างความเศร้าเสียใจให้ Liam Neeson และลูกๆ ทั้งสองคนมาก มันเป็นช่วงรอยต่อที่ Liam Neeson ก้าวสู่การเป็นดาราสายบู๊แทบจะเต็มตัว Batman Begins กับ Taken คือหนังสองเรื่องที่กำลังจะเปลี่ยนนักแสดงคุณภาพอย่าง Liam Neeson ให้มีหลายฟังก์ชั่นในการรับบทขึ้น

อันที่จริงเขาเคยรับงานแอ็คชั่นฮีโร่สายดาร์คอย่าง Darkman ในปี 1990 แล้ว แต่อย่างที่เกริ่นไว้คือ ภรรยาเขาไม่ปลื้มสักเท่าไหร่นัก ก่อนหน้านี้ Natasha Richardson รู้ดีว่าหากสามีของเธอทำอะไร มันจะออกมาดีเยี่ยม แล้วเขาจะไม่ได้กลับมาบนเส้นทางดาราคุณภาพอีกเลย อย่างที่ดาราใหญ่หลายๆ คนเป็นกัน พวกเขาจะถูกหนังฟอร์มใหญ่กลืนกินจิตวิญญาณ หลังความสำเร็จของ Taken ที่คนทั้งโลกเริ่มติดภาพจำของ Liam Neeson ในฐานะดาวบู๊สุดเก๋าคล้ายๆ Harrison Ford เป็น

Natasha Richardson รู้ได้ทันทีว่าต่อไปนี้ชีวิตของสามีจะไม่เหมือนเดิม เขาเริ่มแก่ แต่ก็ต้องใช้เรี่ยวแรงมากกับหนังแอ็คชั่นที่ดาหน้ามาให้เขาพิจารณา เธอเริ่มเป็นห่วงและสั่งให้สามีหยุดมันไว้ซะ เรื่องที่เขาจะเอาดีทางด้านบู๊แอ็คชั่น เขาอายุเกือบๆ จะ 60 ปี แต่ยังต้องเข้ายิม ฝึกคาราเต้ และซ้อมยิงปืนอย่างบ้าคลั่ง มันไม่ใช่อะไรที่ปกติสักเท่าไหร่ แม้ว่าในชีวิตสมัยวัยรุ่น Liam Neeson จะเคยเอาดีทางการเป็นนักมวยดาวรุ่งก็ตาม Liam Neeson ค่อนข้างให้เกียรติภรรยา เขาตัดสินใจเว้นระยะจากหนังแอ็คชั่น แล้วรับเล่นแต่หนังดราม่าช่วงปี 2008-2009 จนกระทั่ง Natasha Richardson เธอจากไปอย่างไม่มีวันกลับ

“จิตใจผมไม่ดีขึ้นเลยถ้าไม่ได้โหมทำงาน ผมกลับบ้านมาเจอลูกๆ ของผมจมอยู่กับความเศร้า ผมคิดว่าผมรอดมาได้ด้วยการวิ่งหนี(การโหมทำงาน) ผมจึงอยู่กับการฝึกซ้อม มันช่วยให้จัดการกับความเศร้าได้”

นั่นเป็นสาเหตุที่ Liam Neeson รับแสดงหนังแอ็คชั่นเป็นบ้าเป็นหลัง เขาหลีกเลี่ยงที่จะทำงานในหนังที่มีกลิ่นอายความรักคุกรุ่น หรือหนังดราม่าหนักหน่วง เพราะเขาไม่สามารถจัดการกับความเสียใจได้ การรับเล่นหนังแอ็คชั่นไปเรื่อยๆ คือทางออกเดียวที่จะทำให้คนแยกไม่ออกว่าที่ไหลลงมาบนใบหน้าเขานั่นมันคือเหงื่อหรือน้ำตา

ตลอดชีวิตที่ผ่านมา Liam Neeson เป็นคนสูบบุหรี่หนักมาก แต่เขาเลิกมันหลังภรรยาจากไป เพราะบุหรี่มันทำให้เขาใช้ร่างกายฝึกฝนได้ไม่เต็มที่ เราจึงได้เห็นผลงานอย่าง The A-Team, Unknown, The Grey, Non-Stop หนัง Taken ภาคต่อ และหนังแอ็คชั่นอีกมากมายตามมา ซึ่งแฟนหนังควรรับรู้ไว้ว่า ขณะที่ Liam Neeson ตีต่อย หรือยิงผู้ร้ายในหนังเหล่านี้นั้น เขาทำมันในภาวะจิตใจย่ำแย่มาก

Liam Neeson

มีคนเคยสัมภาษณ์ Liam Neeson ว่า หากภรรยาคุณยังอยู่ เธอน่าจะเรียนรู้และรับได้นั่นแหละที่มีสามีเป็นแอ็คชั่นสตาร์ตอนแก่ มันดูดีออก Liam Neeson ตอบกลับไปอย่างอารมณ์ดีว่า “ในทางตรงข้าม เธอคงจะรู้สึกแย่มากกับอะไรก็ตามที่ผมกำลังทำอยู่ตอนนี้” นาตาชา ริชาร์ดสัน คือรักครั้งสุดท้ายของ Liam Neeson เขาไม่ได้คบใครอีกเลยตั้งแต่เธอจากไป และจวบจนทุกวันนี้เขายังทุ่มเทให้กับหนังแอ็คชั่นอยู่

*** ในหนัง The A-Team คือช่วงที่ เลียม นีสัน เลิกบุหรี่แล้ว แต่บทบาทในเรื่องนี้เขายังต้องสูบซิการ์อยู่ จึงมีข้อตกลงบางอย่างในการจ่ายค่าตัวเพิ่มเพื่อให้เขากลับมาสูบซิการ์จริงระหว่างถ่ายทำ